วิธีเลือกเค้กแต่งงาน สำหรับงานแต่งในสวน พร้อมไอเดียเค้กในฝัน

เค้กแต่งงาน

งานแต่งในสวน มักให้บรรยากาศอบอุ่น เป็นธรรมชาติ และเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น พิธีเล็ก ๆ แบบ Private หรือการจัด After Party หลังพิธีในสวน โดยรายละเอียดเล็ก ๆ ในงานทุกอย่าง ล้วนมีผลต่อภาพรวม และความรู้สึกของแขกที่มาร่วมงาน

โดยเฉพาะ “เค้กแต่งงาน” ที่ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ ทั้งในช่วงพิธี และช่วงถ่ายภาพ หากเลือกดีไซน์เค้กให้เหมาะกับสถานที่ และบรรยากาศของงาน ก็จะช่วยให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ และน่าจดจำมากยิ่งขึ้น 

ในบทความนี้ See Sa Rin จะมาแชร์เคล็ดลับการเลือกเค้ก สำหรับงานแต่งในสวน ตั้งแต่โทนสี รูปทรง ดีไซน์ ไปจนถึงไอเดีย ที่ช่วยให้งานของคุณดูโดดเด่นอย่างมีสไตล์ พร้อมแนะนำดอกไม้ตกแต่งที่นิยม และไม่นิยมใช้ในงานแต่ง ถ้าอยากรู้ว่าจะน่าสนใจอย่างไร เราไปเริ่มกันเลย

เค้กแต่งงาน

เคล็ดลับการเลือก “เค้กแต่งงาน” ให้เข้ากับบรรยากาศงานในสวน

สำหรับคู่รัก ที่วางแผนจัดงานแต่งในสวน หรือเลือกใช้พื้นที่สวนเป็นโซน After Party หลังเสร็จพิธีงานแต่งในสวน การเลือกดีไซน์ของเค้ก ควรพิจารณามากกว่าแค่เรื่องของความสวยงามภายนอก โดย See Sa Rin มีเคล็ดลับง่าย ๆ มาฝาก ดังนี้

  • เลือกโทนสี และสไตล์เค้กที่เข้ากับธรรมชาติ

การเลือกโทนสี และสไตล์ของเค้กสำหรับงานแต่งในสวน ควรยึดหลักกลมกลืนไม่โดนไม่กลบ เพราะสวนมีเสน่ห์ในตัวเองอยู่แล้ว โทนสีที่เข้ากับธรรมชาติ จะช่วยเสริมบรรยากาศให้งานดูอบอุ่น และถ่ายภาพออกมาสวย โดยไม่ต้องพึ่งการตกแต่งที่ซับซ้อนเกินไป 

ยกตัวอย่าง โทนสี และสไตล์ที่เหมาะกับงานกลางแจ้ง 5 แบบ ดังนี้

  1. White & Cream Minimal

โทนขาว ครีม หรือ Ivory ถือเป็นตัวเลือกคลาสสิก ที่เข้ากับสวนทุกประเภท ทั้งยังให้ความรู้สึกสะอาด สงบ และดูหรูแบบไม่พยายาม เหมาะกับงานพิธีช่วงกลางวัน หรือคู่รักที่ชอบความเรียบง่าย

  1. Pastel Garden Style

สีพาสเทล เช่น สีชมพูอ่อน สีฟ้าอ่อน หรือสีเขียว เป็นสีที่ช่วยเพิ่มความโรแมนติกแบบละมุน เข้ากับแสงธรรมชาติ และดอกไม้ในสวนได้เป็นอย่างดี โดยไม่ดูหวานจนเกินไป

  1. Earth Tone & Organic Look

โทนน้ำตาลอ่อน เบจ เทาอ่อน หรือสีของธรรมชาติ เหมาะกับงานสวนที่เน้นความอบอุ่น สบาย ๆ ให้ฟีลใกล้ชิด เป็นกันเอง และดูเป็นธรรมชาติในทุกมุมมอง

  1. Rustic Style

เป็นสไตล์เรียบ ๆ ที่เน้นพื้นผิวที่ไม่เนี้ยบจนเกินไป เช่น Buttercream ปาดบาง ๆ หรือทำ Texture เค้กแบบ Hand – Crafted ช่วยให้งานดูมีเสน่ห์ เหมาะกับสวนสไตล์ยุโรป หรือสวนที่มีไม้ และดอกไม้เยอะ

  1. Floral Inspired Design

ต่อมาเป็นการใช้แรงบันดาลใจ จากดอกไม้ในสวน เช่น ลายใบไม้ ดอกไม้กินได้ หรือสีที่เข้ากับธีมงาน เพื่อช่วยให้เค้กแต่งงาน ดูเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ ไม่เหมือนถูกยกมาจากสตูดิโอ

  • เลือกรูปทรงเค้กที่เหมาะกับงาน Outdoor

รูปทรงของเค้ก ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบ ที่มีผลต่อทั้งความสวยงามในงานกลางแจ้ง โดยควรเลือกรูปทรงที่ดูโปร่ง ไม่สูง หรือซับซ้อนเกินไป เพื่อให้เหมาะกับลม แสง และอุณหภูมิของงาน Outdoor เพราะเค้กทรงเตี้ยหลายชั้น จะช่วยให้ดูสมดุล ไม่หนักสายตา และลดความเสี่ยงจากการเอน หรือเสียรูปเมื่ออยู่กลางแจ้ง และมีลมพัดไปมา

  • เลือกรสชาติที่สดชื่น และไม่หวานจัด

สำหรับงานกลางแจ้งในเมืองไทย รสชาติถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ดีไซน์เค้ก โดยควรเลือกสูตรที่เบา ไม่หวานจัด สดชื่น ไม่ใช้ครีมหนัก และไม่เลี่ยน เพื่อให้แขกทานได้ง่าย ไม่ละลายเร็วแม้อากาศจะค่อนข้างร้อน ทั้งนี้ รสชาติเค้กยอดนิยม สำหรับงานกลางแจ้ง มีดังนี้

  1. Vanilla หรือ Madagascar Vanilla Cake
  2. Lemon หรือ Citrus Cake
  3. Coconut Cake
  4. Berries and Cream Cake
  5. Light Chocolate Cake
  • เลือกขนาดเค้ก ที่เหมาะกับจำนวนแขก

การเลือกขนาดเค้กแต่งงาน ให้เหมาะกับจำนวนแขก จะช่วยให้งานดูพอดี ไม่ขาด และไม่เหลือจนกลายเป็นภาระในหลังงาน โดยแนวทางสำหรับคำนวณขนาดเค้กแบบง่าย ๆ มีดังนี้

  • แขก 30 – 40 คน: เค้ก 1 – 2 ชั้น หรือ Single Tier ขนาดกลาง
  • แขก 50 – 80 คน: เค้ก 2 – 3 ชั้น หรือเค้กหลัก แล้วมีขนมหวานเสริม
  • แขก 100 คนขึ้นไป: เค้ก 3 ชั้นขึ้นไป หรือใช้ Display Cake ร่วมกับ Sheet Cake

ทั้งนี้ สำหรับคู่บ่าวสาว หรือใครที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่ง ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ไม่ว่าจะเป็น พิธีงานแต่งในสวน งานแต่งในโบสถ์สวย เรือนไทย หรือ Glass House ที่โปร่งโล่งทันสมัย ครอบคลุมตั้งแต่สไตล์ไทย ไปจนถึงตะวันตก 

See Sa Rin สตูดิโอเช่าสถานที่จัดงานแบบครบวงจร พร้อมดูแลทุกรายละเอียดด้วยความใส่ใจ เพื่อช่วยรังสรรค์สถานที่สุดพิเศษ ให้สะท้อนตัวตนของคุณ และถ่ายทอดบรรยากาศในวันสำคัญ ให้ออกมาสวยงาม น่าประทับใจ และน่าจดจำไม่รู้ลืม

เค้กแต่งงาน

5 ไอเดียเค้กแต่งงานในฝัน เลือกอย่างไรให้เข้ากับงานแต่งในสวน

งานแต่งในสวน เหมาะกับเค้กที่ให้ความรู้สึกเบา และเป็นธรรมชาติ โดยเรามี 5 ไอเดียเค้กแต่งงานในฝันมาแนะนำ ดังนี้

  1. เค้กตกแต่งด้วยโบว์ (Bow Cake)

เค้กตกแต่งด้วยโบว์ เป็นดีไซน์เรียบ ๆ ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยโบว์ผ้า โบว์น้ำตาล หรือโบว์ฟองดอง ให้ความรู้สึกหวาน คลาสสิก และโรแมนติกแบบไม่ต้องใช้ดอกไม้เยอะ เหมาะกับงานในสวนที่ต้องการความสุภาพ เรียบหรู และดู Timeless โดยเฉพาะโทนขาว ครีม หรือพาสเทลอ่อน เป็นต้น

  1. เค้กเปลือย (Naked Cake)

หนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของงาน Garden Wedding คือ เค้กเปลือยที่มีเนื้อเค้กโชว์เลเยอร์ด้านใน ไม่ฉาบครีมรอบด้าน หรืออาจฉาบน้อยมาก ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งเกินไป เหมาะกับบรรยากาศงานแต่งกลางแจ้ง และช่วยให้ภาพรวมของงานดูอบอุ่น มีความเป็นกันเอง

  1. เค้กเปลือยตกแต่งด้วยผลไม้ ดอกไม้ หรือสมุนไพร

ต่อยอดจาก Naked Cake ด้วยการเพิ่มผลไม้สด ดอกไม้กินได้ หรือสมุนไพร เช่น โรสแมรี ไทม์ หรือมินต์ ช่วยเพิ่มความสดชื่น สีสัน และกลิ่นอายธรรมชาติ เหมาะกับงานสวนช่วงกลางวัน และธีมที่เน้นความ organic

  1. เค้กรูปหัวใจ (Heart-shaped Cake)

เค้กรูปหัวใจ เป็นรูปแบบคลาสสิกของเค้กแต่งงาน ที่เราเห็นกันได้บ่อย ๆ  ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งแนวมินิมอล โรแมนติก หรือคลาสสิก และยังเป็นสัญลักษณ์ยอดนิยม ที่สื่อถึงความรักของเจ้าบ่าว และเจ้าสาวอย่างตรงตัวอีกด้วย

  1. เค้กงานแต่งที่ไม่ใช่เค้ก (Wedding Dessert Stack)

สำหรับคู่รักที่อยากได้ความสนุก และแตกต่างจากเค้กแต่งงานปกติ สามารถเลือกของหวานหลายชนิดมาจัดวางซ้อนเป็นชั้น ๆ แทนได้ เพื่อให้หยิบง่าย และดูเป็นโชว์พิเศษในงานได้ 

ตัวอย่างเช่น คัพเค้ก, โดนัท, เอแคลร์, ขนมไทย, Fruit Tart, Macarons, Cookies, Cake Pop หรือ Brownies โดยไอเดียนี้ จะเหมาะกับงานกลางแจ้งมาก เพราะแขกสามารถเลือกหยิบเค้กได้ตามความชอบ และยังช่วยเพิ่มความเป็นกันเอง และลดความเลี่ยนจากของหวานแบบเดียวได้อีกด้วย

เค้กแต่งงาน

แนะนำ “ดอกไม้ประดับตกแต่ง” ที่คู่บ่าว-สาวควรเลือก และควรเลี่ยง

ดอกไม้ตกแต่ง คือ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ที่จะช่วยกำหนดอารมณ์ของงานแต่ง ตั้งแต่ก้าวแรกที่แขกเดินเข้างานไปจนถึงช่วงพิธี และภาพถ่ายความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็น ดอกไม้ประดับทางเข้างาน ทางเดิน บนเวที แบ็กดร็อป ช่อดอกไม้เจ้าสาว ดอกไม้ติดอกประธาน และแขกผู้ใหญ่ ดอกไม้ข้อมือเพื่อนเจ้าสาว ไปจนถึงดอกไม้ประดับพานต่าง ๆ โดยดอกไม้ที่ควรเลือกสำหรับใช้ในงานแต่ง มีดังนี้

  • ดอกไม้ที่นิยมใช้ในงานแต่ง
  1. กุหลาบ (Rose)
  2.  คาร์เนชัน (Carnation)
  3.  ไฮเดรนเยีย (Hydrangea)
  4. สแตติส (Statice)
  5. ลิลลี่ (Lily)
  6. กล้วยไม้ (Orchid)
  7. เบญจมาศ (Chrysanthemum)
  8. ทานตะวัน (Sunflower)
  9. ไลเซนทัส (Lisianthus)
  10. เยอบีร่า (Gerbera)

ทั้งนี้ ดอกไม้ที่ควรเลี่ยงในงานแต่ง ได้แก่

  • ดอกไม้ที่มีกลิ่นแรงเกินไป
  • ดอกไม้ที่เหี่ยว หรือช้ำง่าย
  • ดอกไม้ที่มีเกสรหลุดร่วงง่าย
  • ดอกไม้ที่มีหนามแหลมคม
  • ดอกไม้ที่มีความหมายไม่เป็นมงคล

ทำความเข้าใจ ความสำคัญของช่อดอกไม้เจ้าสาว และรูปทรงที่นิยมใช้

ช่อดอกไม้เจ้าสาว ไม่ได้เป็นแค่พร็อปประกอบพิธี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ที่จะสะท้อนตัวตน สไตล์ และอารมณ์ของงานแต่ง ตั้งแต่ช่วงเดินเข้างาน ไปจนถึงช่วงพิธีสำคัญ นอกจากนี้ รูปทรงของช่อดอกไม้ ยังช่วยเสริมบุคลิกของเจ้าสาวได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ธีมหวาน ธีมคลาสสิก หรือธีมเรียบหรู ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว รูปทรงช่อดอกไม้เจ้าสาวที่นิยมใช้กัน มีดังนี้

  • Round Bouquet: ช่อดอกไม้ทรงกลมคลาสสิก ดูสุภาพ และเรียบร้อย เหมาะกับงานทุกสไตล์
  • Cascading Bouquet:  ช่อทรงหยดน้ำ ให้ความรู้สึกหรูหรา และโรแมนติก เหมาะกับงานพิธีการ
  • Hand-Tied Bouquet: ช่อทรงธรรมชาติ ดูสบาย ๆ เหมาะกับงานในสวน หรืองานที่ให้บรรยากาศอบอุ่น
  • Minimal Bouquet: ช่อใช้ดอกไม้ไม่กี่ชนิด เหมาะกับเจ้าสาวสายเรียบหรู

สุดท้ายนี้ การเลือกช่อดอกไม้เจ้าสาวที่เหมาะกับงาน จะช่วยเติมเต็มภาพรวมของเจ้าสาวให้สมบูรณ์แบบ และทำให้ทุกภาพถ่ายในวันสำคัญ สวยงามอย่างไร้กาลเวลา เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างช่อดอกไม้ อาจกลายเป็นความทรงจำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวันแต่งงานก็ได้

และหากคุณกำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่งานแต่งในสวน งานแต่งในโบสถ์ เรือนไทย หรือ Glass House ที่ทันสมัย See Sa Rin สตูดิโอเช่าสถานที่พร้อมดูแลทุกรายละเอียด เพื่อรังสรรค์สถานที่สุดพิเศษ ที่สะท้อนตัวตนของคุณ และทำให้วันสำคัญออกมาสวยงาม น่าประทับใจ หากสนใจ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

Tel: 094-666-9441

Website: seesarinstudio.com

Facebook Page: See Sa Rin

Line: @seesarinstudio

Email: [email protected]