
ชุดเจ้าสาว ถือเป็นชุดที่ผู้หญิงหลายคนฝันที่จะได้สวมใส่ ซึ่งบางคนอาจวาดภาพชุดในฝันมาอย่างเนิ่นนาน แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดชุดจริง ๆ คงรู้สึกเครียดกันอยู่ไม่น้อย ว่าควรเลือกชุดอย่างไรถึงจะเข้ากับรูปร่าง และแมตช์กับสถานที่จัดงานแต่งงาน รวมถึงธีมที่เลือกจัด เพื่อให้ภาพรวมของงานดูสวยทุกระเบียบนิ้ว
เพราะชุดเจ้าสาวเต็มไปด้วยรายละเอียดมากมายที่เจ้าสาว และดีไซเนอร์ต้องใช้เวลาเลือก รวมถึงออกแบบให้เข้ากับเจ้าสาวที่สุด ในบทความนี้ See Sa Rin จะพาทุกคนมาดู 5 แบบชุดแต่งงานยอดนิยม ที่เจ้าสาวนิยมเลือกมาสวมใส่ในวันสำคัญ รวมถึงแชร์เทคนิคเลือกชุด ให้เข้ากับรูปร่างของตัวเอง จะมีอะไรบ้าง เรามาดูไปพร้อมกันได้เลย

เปิดกรุ ทรงชุดเจ้าสาวยอดนิยม 5 สไตล์ เลือกแบบไหนให้ดูปัง
การได้สวมชุดแต่งงานสวย ๆ คงเป็นความฝันของผู้หญิงทุกคนเลยก็ว่าได้ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกชุดแต่งงานมาสวมใส่ ลองมาทำความรู้จักทรงชุดแต่งงานยอดนิยม เพื่อลองพิจารณาดูคร่าว ๆ ว่า ชุดแต่ละแบบเข้ากับตัวเองหรือไม่ และชุดที่เลือกมา เข้ากับสถานที่จัดงานแต่งหรือเปล่า ซึ่งแบบชุดแต่งงานยอดฮิต ก็มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 สไตล์ ดังนี้
- Ball Grown
ชุดทรง Ball Grown ถือเป็นชุดทรงคลาสสิกเลยก็ว่าได้ โดยจุดเด่นของชุดนี้ จะเน้นให้ช่วงบนมีส่วนเว้าโค้งที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงเอว ในขณะที่ช่วงล่าง จะถูกอำพรางขาด้วยกระโปรงทรงพองบาน เหมือนกับกระโปรงทรงสุ่ม อาจเพิ่มดีเทลเป็นลูกไม้ งานปักเลื่อม และลูกปัด เหมาะกับรูปร่างเกือบทุกแบบ และเข้ากับงานทางการ หรือธีมงานสไตล์คลาสสิกอย่างยิ่ง
- A-Line
ชุดทรง A-Line จะมีความคล้ายกับชุด Ball Grown คือ ช่วงบนที่พอดีตัว และเน้นส่วนเว้าโค้ง สวมใส่แล้วเอวดูคอดสวยงาม แต่ช่วงล่างของชุด A-Line จะเป็นกระโปรงที่ค่อย ๆ บานออกเป็นทรงรูปตัวเอ เหมาะกับเจ้าสาวทุกรูปร่าง โดยเฉพาะคนที่มีหน้าอก และผู้ที่ต้องการอำพรางช่วงล่างให้ดูเพรียวบาง ทั้งยังเหมาะกับการสวมใส่ในงานกึ่งทางการอีกด้วย
- Empire
ชุดทรง Empire เป็นชุดที่มีลักษณะขอบเอวสูง มีความเข้ารูปตั้งแต่ช่วงหน้าอก และปล่อยชายกระโปรงลงมาแบบพลิ้วไหว เหมาะกับสาว ๆ ที่มีหุ่นทรงตรง ไม่ค่อยมีเอว และหน้าอกเล็ก การเลือกสวมใส่ชุดทรง Empire จะช่วยให้ดูมีเอว และรูปร่างดูสวยงามยิ่งขึ้น รวมถึงสาวหุ่นลูกแพร์ ที่ต้องการอำพรางช่วงล่าง
- Sheath
ชุดทรง Sheath หรือชุดทรงตรง เป็นชุดที่ช่วงบนมีขนาดพอดีตัว แต่ช่วงล่างจะปล่อยชายลงตรง ๆ แบบพอดีตัว และไม่มีขอบเอว ทำให้ไม่รัดรูปมากนัก เหมาะกับผู้หญิงที่มีรูปร่างผอม สูงเพรียว เมื่อสวมใส่ออกมาแล้วก็จะดูสวยสง่า และน่ามอง
ทั้งนี้ สำหรับสาวหุ่นลูกแพร์ที่มีช่วงล่างใหญ่ ควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่ชุดทรง Sheath เพราะอาจโชว์สัดส่วนในร่างกายชัดจนเกินไป ทั้งยังไม่ช่วยอำพรางช่วงล่างให้เล็กลง
- Mermaid
ชุดทรง Mermaid หรือชุดทรงหางปลา เป็นชุดที่มีความพอดีตัว ยาวลงมาถึงช่วงเข่า และค่อย ๆ ปล่อยบานเป็นกระโปรง เหมือนกับหางปลา ทำให้เห็นความเว้าโค้งของร่างกายเกือบทุกส่วน ทั้งยังเน้นโชว์สัดส่วนของเอว และสะโพกเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ชุดแต่งงานทรง Mermaid อาจไม่เหมาะกับสาว ๆ ที่มีหุ่นทรงลูกแพร์ หรือผู้ที่มีสะโพกใหญ่ เพราะเป็นชุดที่เน้นโชว์สัดส่วนอย่างชัดเจน อาจทำให้เจ้าสาวดูไม่มั่นใจ ตั้งแต่วันถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง ไปจนถึงพิธีสำคัญของชีวิต
อย่างไรก็ตาม สำหรับคู่รักที่ฟิตติงชุดงานแต่งงานเรียบร้อยแล้ว และกำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงาน ที่มีบรรยากาศอบอุ่น และโรแมนติก ราวกับอยู่ในเทพนิยาย See Sa Rin พร้อมให้คำปรึกษา และแนะนำสถานที่ที่ตรงใจคุณที่สุด ไม่ว่าจะเป็น เรือนไทย สวนกลางแจ้ง โบสถ์ หรือกลาสเฮ้าส์สุดหรู

ทำความเข้าใจ ลักษณะรูปร่างผู้หญิง ก่อนเริ่มเลือกชุดเจ้าสาว
รูปร่างที่หลากหลาย ถือเป็นความสวยงามตามธรรมชาติของสาว ๆ เพราะหุ่นแต่ละแบบ ก็สามารถเลือกชุดเจ้าสาวที่ช่วยปั้นหุ่นออกมาให้สวยงาม ดังนั้น ก่อนที่จะไปเลือกชุดแต่งงาน เจ้าสาวทุกคนต้องทำความเข้าใจรูปร่างของตัวเองก่อน เพื่อให้การเลือกชุดแต่งงานเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น โดย See Sa Rin ได้รวบรวมเกร็ดความรู้ดี ๆ มาไว้ให้แล้ว ดังนี้
- หุ่นทรงนาฬิกาทรายมาตรฐาน (Hourglass Body)
หุ่นทรงนาฬิกาทรายมาตรฐาน (Hourglass Body) จะมีช่วงลำตัวที่ขนาดเท่ากันกับสะโพก และเอวคอดเข้ามาอย่างพอดี ถือเป็นสัดส่วนร่างกายที่มีความสมดุลอย่างมาก ทำให้สามารถสวมใส่ชุดแต่งงานได้หลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ชุดแต่งงานทรง Mermaid ชุดแต่งงานทรง Sheath และชุดแต่งงานทรง Ball Grown เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการตกแต่งที่มากจนเกินไป เช่น กระโปรงทรงสุ่ม หรือเสื้อคอปืน เพราะอาจดูตัวใหญ่กว่าความเป็นจริง และบดบังรูปร่างที่สวยงาม
- หุ่นนาฬิกาทรายแบบท็อป (Top Hourglass)
หุ่นนาฬิกาทรายแบบท็อป (Top Hourglass) เป็นหุ่นที่มีลักษณะคล้ายกับนาฬิกาทราย แต่จะมีความคอดของเอวที่มากกว่า และสะโพกผายชัดเจน อีกทั้งช่วงหัวไหล่ จะมีความกว้างเท่ากับสะโพก ทำให้รูปร่างมีความเซ็กซี่ เข้ากับชุดแต่งงานที่เน้นสัดส่วนเว้าโค้งเป็นพิเศษ เช่น ชุดแต่งงานทรง A-Line และชุดแต่งงานทรง Mermaid
- หุ่นทรงตรง (Straight Body)
หุ่นทรงตรง (Straight Body) หรือหุ่นทรงกระบอก จุดเด่นจะอยู่ตรงที่ความเพรียวบางของรูปร่าง เอวไม่ได้มีความเว้าคอดมาก และสะโพกผายนิด ๆ รวมถึงขามีความเรียวยาว เหมาะกับชุดแต่งงานที่ช่วยสร้างส่วนเว้าโค้ง โดยเฉพาะช่วงเอว เช่น ชุดทรง A-Line ชุดทรง Sheath และชุดทรง Empire เป็นต้น
นอกจากนี้ สาว ๆ หุ่นทรงกระบอก สามารถเลือกชุดทรงเปิดไหล่ เพื่อให้ช่วงอกดูมีสัดส่วนมากขึ้น รวมถึงเลือกใช้ริบบิ้น หรือจับจีบช่วงเอว เพียงเท่านี้รูปร่างของคุณ ก็จะดูมีส่วนเว้าโค้งที่ชัดเจน และมีเสน่ห์มากขึ้นในพริบตา
- หุ่นทรงลูกแพร์ (Pear Body)
หุ่นทรงลูกแพร์ (Pear Body) สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ จากบริเวณหัวไหล่ หน้าอก และลำตัว จะมีขนาดที่เล็กกว่าช่วงสะโพกและต้นขา ทำให้องค์รวมดูมีความเซ็กซี่ แต่บางคนอาจมีปัญหาต้นขาเบียดเสียดร่วมด้วย
ดังนั้น ควรเลือกชุดที่มีรายละเอียด และเน้นที่ส่วนบนของร่างกาย เช่น ชุดทรง Ball Grown และชุดทรง Empire เพื่ออำพรางสะโพก และต้นขาให้ดูเล็กลง ทั้งยังช่วยให้สัดส่วนดูสมดุลยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงชุดที่เน้นส่วนล่างมากจนเกินไป เช่น ชุดแต่งงานแบบเมอร์เมด (Mermaid เพราะเป็นชุดที่เน้นช่วงสะโพก อาจทำให้รูปร่างดูไม่สมดุล และช่วงสะโพกใหญ่เกินความเป็นจริง
- หุ่นทรงแอปเปิล (Apple Body)
หุ่นทรงแอปเปิล (Apple Body) มีเอวที่ใหญ่กว่าอก และสะโพก จึงเหมาะกับชุดแต่งงานที่มีรายละเอียดส่วนหน้าอก หรือลำตัว เช่น การตกแต่งลูกไม้ การใช้ผ้าสีอ่อน ชุดที่มีคอวี รวมถึงชุดที่มีเอวสูง เพื่ออำพรางรูปร่างให้ดูเพรียวยิ่งขึ้น
โดยแนะนำให้เลือกชุดแต่งงานทรง A-Line หรือชุดแต่งงานที่หลวมเล็กน้อยบริเวณเอว เพื่อเพิ่มความสบาย และอำพรางช่วงเอว และหน้าท้องได้ดี ทั้งนี้ ไม่ควรเลือกชุดแต่งงานผ้าซาติน เพราะผ้าซาตินมีความบาง มันเงา และมีรอยย่น ทำให้รูปร่างดูเด่นขึ้น และไม่สามารถช่วยอำพรางส่วนเกิน เหมือนกับผ้าชนิดอื่น
- หุ่นทรงช้อน (Spoon Body)
หุ่นทรงช้อน (Spoon Body) คือ หุ่นที่ช่วงบนจะมีความเล็ก ส่วนสะโพกและก้นมีความกลม ทำให้หุ่นมีลักษณะคล้ายกับช้อน ทำให้การเลือกชุดเจ้าสาวที่เหมาะสมกับรูปร่าง ต้องใช้เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ มาผสมผสาน เพื่อเสริมจุดเด่น และอำพรางจุดที่ต้องการ เช่น ชุดทรง A-Line เพื่อขับส่วนเว้าโค้งช่วงบนให้เห็นเด่นชัดยิ่งขึ้น พร้อมกับเพิ่มการตกแต่งเข้าไปตามที่ต้องการ
- หุ่นทรงสามเหลี่ยมคว่ำ (Inverted Triangle Body)
หุ่นทรงสามเหลี่ยมคว่ำ (Inverted Triangle Body) จุดเด่นจะอยู่ที่ช่วงไหล่ และหน้าอก กว้างกว่าช่วงเอวสะโพก และเรียวขาสวยงาม ทำให้รูปร่างดูคล้ายกับสามเหลี่ยมคว่ำลง เหมาะกับชุดแต่งงานที่เน้นความเว้าโค้งที่เอว เช่น ชุดแต่งงานแบบ A-Line และชุดแต่งงานแบบ Ball Grown เพื่อบาลานซ์หุ่นให้ดูสมส่วนยิ่งขึ้น
- หุ่นทรงเพชร (Diamond Body)
หุ่นทรงเพชร (Diamond Body) เป็นหุ่นที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสะโพกที่ใหญ่ และผายออก โดยลำตัว และหน้าอกจะมีขนาดที่แคบ ซึ่งปัญหาที่สาว ๆ หุ่นทรงเพชรมักเจอ คือ หน้าท้องป่องง่าย
ดังนั้น ควรเลือกชุดแต่งงานแบบเปิดไหล่ที่มีระบายช่วงเอว หรือชุดแต่งงานแบบ Empire ที่มีการปล่อยชายกระโปรงลงมาแบบพริ้วไหว และอำพรางสะโพกได้เป็นอย่างดี
ชวนรู้ ! หากเจ้าสาวกำลังตั้งครรถ์ ควรเลือกชุดแต่งงานแบบไหนดี?
หนึ่งในคำถามที่สาว ๆ หลายคนคงสงสัยอยู่ไม่น้อย เพราะบางทีเจ้าสาวกำลังตั้งครรภ์ ในช่วงก่อนจัดพิธีวิวาห์พอดิบพอดี และเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานไปแล้วเรียบร้อย ทำให้ไม่สามารถสวมใส่ชุดเจ้าสาวในแบบที่ต้องการได้อีกต่อไป
โดยแนะนำให้คำนึงถึงความสะดวกสบาย และความเหมาะสมกับร่างกายเป็นหลัก เช่น ชุดที่มีผ้ายืด หรือการตัดเย็บที่ไม่รัดมากจนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณเอว และหน้าท้อง เพื่อลดการกดทับ จนเจ้าสาวรู้สึกไม่สบายตัว
นอกจากนี้ เจ้าสาวที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ และอายุครรภ์อยู่ในไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป ควรเลือกชุดที่เน้นส่วนบนของร่างกาย หรือเลือกชุดที่มีการออกแบบให้ส่วนล่างเป็นชุดพองตัว หรือชุดหลวม ๆ พร้อมกับเลือกใช้ผ้าที่มีน้ำหนักเบา เพื่อเน้นสัดส่วนบริเวณหน้าท้องให้ดูโดดเด่น และสวยงาม
ซึ่งแบบชุดแต่งงานที่เหมาะสม กับเจ้าสาวที่กำลังตั้งครรถ์ ก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ชุดทรง Ball Grown และชุดทรง Empire ซึ่งเป็นชุดที่ช่วยอำพรางหน้าท้อง และไม่รัดจนเกินไป ทั้งยังช่วยให้เจ้าสาวเคลื่อนไหวร่างกายได้สะดวกอีกด้วย
สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่งงาน ที่มีบรรยากาศร่มรื่น และดูโรแมนติกในทุกอณู พร้อมร้อยเรียงวันสำคัญของคุณ ให้น่าจดจำไปตลอดชีวิต See Sa Rin เรามีบริการเช่าสถานที่จัดงานแต่งงานหลากสไตล์ ได้แก่ เรือนไทย สวนกลางแจ้ง โบสถ์ หรือกลาสเฮ้าส์ หากสนใจสามารถติดต่อเพิ่มเติมได้ที่
Tel: 094-666-9441
Website: seesarinstudio.com
Facebook Page: See Sa Rin
Line: @seesarinstudio
Email: [email protected]