รวมจุดเด่นงานแต่ง 4 ภาค ก่อนเลือกสถานที่จัดงานแต่ง เรือนไทย

สถานที่จัดงานแต่งงาน เรือนไทย

การจัดพิธีแต่งงานตามวัฒนธรรมไทย ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่อย่างสมบูรณ์แบบ และให้เกียรติของครอบครัวทั้งสองฝ่าย โดยในแต่ละภาคของประเทศไทยนั้น ต่างก็มีจุดเด่นของพิธีแต่งงานที่แตกต่างกันออกไป ตามความเชื่อ ศาสนา และวัฒนธรรม 

ดังนั้น บ่าวสาวควรศึกษาประเพณีการแต่งงาน ของแต่ละภาคให้ละเอียด และจัดเตรียมพิธีให้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตคู่บ่าวสาว ทั้งยังสื่อถึงการแสดงความเคารพวัฒนธรรม และความเชื่อของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอีกด้วย

สำหรับคู่รักที่กำลังอยู่ในช่วงปรึกษาหารือกัน หรือหาข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมการแต่งงาน ของภูมิภาคอื่นในเมืองไทย ในบทความนี้ See Sa Rin จะมาแชร์จุดเด่นของงานแต่งทั้ง 4 ภาค พร้อมกับเผยความเชื่อของพิธีแต่งงานแบบไทย เพื่อเป็นแนวทางให้บ่าวสาวได้ตัดสินใจ ก่อนเลือกสถานที่จัดงานแต่ง เรือนไทย และเริ่มวางแผนจัดงานให้ถูกต้องตามประเพณีไทย หากพร้อมแล้ว เราไปดูกัน

เจาะลึก พิธีแต่งงานแบบไทย ตามวัฒนธรรมแต่ละภาค

เมื่อพูดถึงพิธีแต่งงานแบบไทย เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยคงนึกถึงการจัดงานแต่งงาน ตามวัฒนธรรมของภาคกลางเป็นหลัก เพราะเป็นภาพจำที่ฝังอยู่ในสังคมไทยมาเป็นระยะเวลานาน และเป็นรูปแบบการจัดพิธีที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความเป็นสิริมงคลของชีวิตคู่ สำหรับใครที่อยากแสดงความเคารพผู้ใหญ่ ด้วยการจัดพิธีแต่งงานตอนเช้า ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค See Sa Rin ได้รวบรวมข้อมูลไว้ให้แล้ว ดังนี้

1. ภาคกลาง

เริ่มกันที่การจัดงานแต่งงาน ที่ทุกคนคุ้นเคยกันก่อน กับพิธีแต่งงานของภาคกลาง ซึ่งเป็นรูปแบบพิธีที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เนื่องจาก คู่บ่าวสาวสามารถปฏิบัติตามได้ง่าย และปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคู่ โดยจุดเด่นของพิธีแต่งงานของภาคกลาง ได้แก่

  • พิธีสงฆ์: ในช่วงเช้าของพิธีหมั้น บ่าวสาวจะทำการนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธี โดยจะมีการทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน กรวดน้ำ และรับพร เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นชีวิตคู่
  • พิธีแห่ขันหมาก: เป็นธรรมเนียมที่มีมาแต่โบราณ โดยมีความเชื่อว่า การกั้นประตูเงินประตูทอง เป็นการให้เกียรติเจ้าสาว และญาติฝั่งเจ้าสาว โดยเริ่มจัดขบวนที่จุดใดจุดหนึ่งของสถานที่จัดงาน และเริ่มเคลื่อนขบวนตามฤกษ์ที่วางไว้ 

เมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงบริเวณหน้างาน เพื่อนเจ้าบ่าว และเจ้าบ่าวต้องทำการผ่านด่านกั้นประตูเงินประตูทอง เพื่อเข้าไปรับเจ้าสาวมาทำพิธีหมั้น ตามฤกษ์มงคลที่วางไว้

  • พิธีสู่ขอ: หลังจากที่เจ้าบ่าวไปรับตัวเจ้าสาวแล้ว ก็จะเข้าสู่พิธีการสู่ขอ โดยเริ่มจากนำสินสอดทองหมั้น มามอบให้แก่ผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าสาว ส่วนทางบ่าวสาว จะทำการสวมแหวนแทนใจให้กันและกัน 
  • พิธีรดน้ำสังข์: สำหรับพิธีรดน้ำสังข์ เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของพิธีแต่งงานภาคกลางเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นช่วงที่แขกที่มาร่วมงาน ได้อวยพรให้ชีวิตคู่ของบ่าวสาวมีแต่ความสุข ไร้ซึ่งอุปสรรค

2. ภาคเหนือ

สำหรับการจัดพิธีแต่งงานของภาคเหนือ จะมีความโดดเด่นตรงที่ความงดงามอ่อนช้อย โดยเฉพาะการตกแต่งสถานที่จัดงานแต่ง เรือนไทยให้มีเอกลักษณ์ ตามประเพณีล้านนา ไม่ว่าจะเป็น ตุง โคมล้านนา และธงขนาดเล็ก ทำให้ภาพรวมของงานดูมีชีวิตชีวา สดใส และเต็มไปด้วยความรักความอุ่น

ในส่วนของรายละเอียดพิธีแต่งงาน จะมีความคล้ายคลึงกับพิธีของภาคกลาง ตั้งแต่พิธีสงฆ์ในช่วงเช้า ไปจนถึงพิธีการส่งตัว แต่มีบางขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมา ตามความเชื่อของชาวล้านนา ไม่ว่าจะเป็น

  • พิธีขอเขย: เป็นพิธีแต่งงานของล้านนาแบบดั้งเดิม โดยฝ่ายเจ้าสาวต้องนำพานธูปเทียน ไปทำพิธีขอเจ้าบ่าว กับทางฝั่งครอบครัวเจ้าบ่าวก่อนเริ่มงาน เพื่อเชิญให้ทางฝ่ายชาย นำตัวเจ้าบ่าวไปเข้าร่วมพิธี ตามฤกษ์ที่วางไว้
  • พิธีฮ้องขวัญ: หรือพิธีผูกข้อมือ เป็นการทำพิธีเรียกขวัญ เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้ออกจากตัว นำพาโชคลาภ และความสุขให้กับชีวิตคู่ โดยผู้ที่ทำพิธีฮ้องขวัญนั้น ผู้ประกอบพิธีต้องเป็นอาจารย์ หรือผู้ใหญ่ที่ทั้ง 2 ครอบครัวให้ความเคารพนับถือ

3. ภาคอีสาน

พิธีแต่งงานของภาคอีสาน หรือประเพณีกินดอง เป็นประเพณีการเกี่ยวดองของทั้งสองครอบครัว โดยจะมีขั้นตอนการทำพิธีมงคลของชาวอีสาน ที่แตกต่างกันกับพิธีอื่น ๆ แต่แฝงไปด้วยความเป็นสิริมงคล ไม่ต่างจากพิธีจัดงานแต่งงานของภูมิภาคอื่น โดยจุดเด่นของประเพณีของภาคอีสาน มีดังนี้

  • พิธีสู่ขอ หรือการโอม: โดยทางเจ้าบ่าวต้องเตรียมขันใส่หมากพลูพันเงิน 3 บาท เพื่อมาทำพิธีสู่ขอเจ้าสาว ซึ่งทางผู้ใหญ่จะมีการตกลงค่าสินสอด และกำหนดวันจัดงาน หรืออาจหารือเกี่ยวกับฤกษ์จัดงานแต่งงานที่เหมาะสม
  • พิธีสู่ขวัญ: เป็นพิธีบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งจะทำพิธีโดยหมอสูตร หรือหมอพราหมณ์ โดยหมอพราหมณ์จะนำไข่ต้มบนยอดบายศรีมาทำนาย แล้วแบ่งให้บ่าวสาวได้ทานกันคนละครึ่ง และเริ่มทำพิธีผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาว
  • พิธีสมมา หรือพิธีขอขมาญาติผู้ใหญ่: คล้ายกับการรับไหว้ผู้ใหญ่ ด้วยการมอบเสื้อ และผ้าซิ่นให้กับแม่ของบ่าวสาว พร้อมกับมอบชุดเสื้อ และผ้าโสร่งให้กับพ่อของบ่าวสาว

4. ภาคใต้

ปิดท้ายกันด้วยพิธีแต่งงานของภาคใต้ หรือพิธีนิกะห์ ตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม ซึ่งจะเน้นความเรียบง่าย และมีความเคร่งครัดมากกว่าภูมิภาคอื่น เช่น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม ต้องทำการเปลี่ยนศาสนาก่อน และไม่นิยมจัดงานแต่งในช่วงพิธีฮัจญ์ โดยจุดเด่นของพิธีแต่งงานของภาคใต้ มีดังนี้

  • พิธีสู่ขอ: เมื่อบ่าวสาวตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน พ่อแม่ของฝ่ายชายจะไปสู่ขอกับครอบครัวของฝ่ายหญิง จากนั้นฝ่ายหญิงทำการปรึกษากันประมาณ 7 วัน หลังจากนั้นจะเริ่มคุยเรื่องวันจัดพิธี และสินสอด
  • พิธีนิกะห์: บุคคลสำคัญในการประกอบพิธี คือ ผู้ปกครองของฝ่ายหญิง และพยานที่เป็นผู้เคร่งศาสนา 2 คน โดยเริ่มประกอบพิธีจากการอ่านอัลกุรอาน จากนั้นผู้ปกครองของฝ่ายหญิง และเจ้าบ่าวต้องกล่าวบทนิกะห์โต้ตอบ เพื่อสื่อถึงการมอบลูกสาวให้ฝ่ายชาย จบด้วยการขออุดา ซึ่งเป็นการขอพรจากพระเจ้า
  • งานเลี้ยงฉลอง: หรือวาลีมะฮ์ เป็นพิธีที่ให้บ่าวสาวจัดงานเลี้ยงฉลองต่อ ซึ่งโดยปกติแล้วจะจัดหลังงานแต่ง หรือคนละวันกับงานแต่งงาน

ทั้งนี้ หากใครกำลังมองหาสถานที่จัดงานแต่ง เรือนไทย ที่เอื้อให้บ่าวสาวทุกคู่ สามารถจัดงานให้เข้ากับวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาค และความเชื่อของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็อย่าลืมนึกถึง See Sa Rin ออแกไนซ์จัดงานแต่ง เพราะเรามีทีมงานคอยให้คำปรึกษา และเสนอไอเดียการตกแต่งสถานที่ เพื่อให้งานแต่งของคุณออกมามีเอกลักษณ์ โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

5 ความเชื่อในพิธีแต่งงานตามประเพณีไทย ก่อนเริ่มจัดงานแต่ง เรือนไทย

เพราะคนไทยกับความเชื่อเป็นของคู่กัน ดังนั้น บ่าวสาวลองมาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับเรื่องของความเชื่อในพิธีแต่งงาน ตามประเพณีไทย เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับคู่บ่าวสาว และผลักดันให้คู่รักได้จัดงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยความเชื่อที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน มีดังนี้

  • เลือกฤกษ์มงคลให้ดี

ก่อนจะเริ่มมองหาสถานที่จัดงานแต่ง และเริ่มแพลนงานทั้งหมดขึ้นมา บ่าวสาวควรหาฤกษ์มงคลที่สมพงศ์กันก่อน โดยเฉพาะฤกษ์วันจัดงานแต่งงาน ฤกษ์ขันหมาก ฤกษ์งานหมั้น ฤกษ์สวมแหวน และฤกษ์ส่งตัว เพื่อเสริมสิริมงคลในงานแต่ง ทั้งยังช่วยให้ชีวิตคู่มีแต่ความสุข ร่มเย็น ราบรื่น และมั่นคงไปตลอดชีวิต

  • กำหนดจำนวนพระสงฆ์

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า ควรนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูปมาตักบาตรในวันสำคัญ เพื่อเป็นสิริมงคลในการใช้ชีวิต แต่สำหรับงานแต่งงานนั้น ควรนิมนต์พระสงฆ์เป็นจำนวนเลขคู่ 4 รูป หรือ 8 รูป ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานที่

  • มงคลแฝดคู่บ่าวสาว

มงคลแฝด หรือมงคลจักร เป็นหนึ่งในสิ่งของสำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลย ในพิธีรดน้ำสังข์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ญาติผู้ใหญ่ และแขกที่มาร่วมงาน จะได้อวยพรให้แก่บ่าวสาว ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความรักใคร่กลมเกลียว แต่ก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน บ่าวสาวควรนำมงคลแฝดไปทำพิธีให้เรียบร้อย เพื่อเชื่อมโยงคู่บ่าวสาวให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 

  • พ่อแม่ของเจ้าสาวไม่ควรรับขันหมากโดยตรง

รู้หรือไม่? พ่อแม่ของเจ้าสาว ไม่ควรเป็นผู้รับขันหมากโดยตรง รวมถึงในระหว่างที่ฝั่งเจ้าบ่าว ทำการแห่ขบวนขันหมากมาสู่ขอเจ้าสาว ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับขบวนขันหมาก ให้รอในห้องทำพิธีเท่านั้น เพราะเชื่อว่าอาจมีเรื่องกันในอนาคต 

  • หญิงนั่งซ้าย ชายนั่งขวาเสมอ

อีกหนึ่งในความเชื่อของคนไทย ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน คือ ตำแหน่งการนั่งของคู่บ่าวสาว โดยจะนิยมให้เจ้าบ่าวนั่งฝั่งขวามือ และเจ้าสาวนั่งฝั่งซ้ายมือของเวทีอยู่เสมอ รวมถึงพาดสไบที่หัวไหล่ซ้าย เนื่องจาก ความเชื่อสมัยโบราณที่ว่าผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้าของครอบครัว และผู้หญิงต้องทำหน้าที่ผู้ตามที่ดี

อ่านเพิ่มเติม 5 ไอเดียชุดไทยแต่งงาน เรือนไทย สำหรับเจ้าสาว

ก็จบกันไปแล้วสำหรับ เอกลักษณ์ของการจัดพิธีแต่งงาน ตามประเพณีของทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อเป็นแนวทางให้บ่าวสาวได้วางแผนการจัดงานให้รอบคอบ และเพลิดเพลินกับการเนรมิตงานแต่งในฝันให้กลายเป็นจริง โดยที่ยังปฏิบัติตามธรรมเนียม และแสดงความเคารพผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ หากใครที่ยังไม่มีสถานที่จัดงานแต่ง เรือนไทยที่ถูกใจ ขอแนะนำ สา เฮือนไทย ของ See Sa Rin บ้านทรงไทยผสมผสาน ให้ความงดงามราวกับย้อนอดีตกาลเวลา เหมือนต้องมนตร์สะกด ทำให้งานสำคัญของชีวิตเป็นที่จดจำตลอดไป หากถูกใจสามารถติดต่อเราได้ที่

Tel: 094-666-9441

Line: @seesarinstudio

Website: seesarinstudio.com

Facebook Page: See Sa Rin

Email: [email protected]