แนะนำ ความหมายของดอกไม้ไทย เสริมมงคลรับวันแต่งงาน

ความหมายของดอกไม้

ความรักกับดอกไม้ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กันมาอย่างยาวนาน เพราะไม่ว่าจะโอกาสสำคัญในรูปแบบไหน ดอกไม้ก็จะเป็นของขวัญแทนใจอยู่เสมอ ดังนั้น การจัดงานแต่งงานของบ่าวสาวส่วนใหญ่ มักจะมีการใช้ดอกไม้ชนิดต่าง ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่ง และสร้างบรรยากาศที่โรแมนติก ผ่านสีสัน กลิ่น รูปลักษณ์ และความหมายของดอกไม้ที่ซ่อนอยู่ ภายใต้กลีบดอกไม้แสนสวยงาม

แต่ก่อนจะเลือกดอกไม้ มาตกแต่งสถานที่จัดงานแต่งงาน ในบทความนี้ See Sa Rin ขอพาทุกคนมาทำความเข้าใจ และเรียนรู้ความหมายดอกไม้ไทย เพื่อให้การจัดงานแต่งงาน ทั้งในแบบพิธีไทยในช่วงเช้า และงานฉลองมงคลสมรสในช่วงเย็น เต็มไปด้วยความหายดี ๆ และโรแมนติกในทุกอณู หากพร้อมแล้ว เราไปดูกันได้เลย

ทำความเข้าใจ ! ทำไมถึงต้องรู้ความหมายของดอกไม้

โดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่มักมอบดอกไม้ สื่อแทนความรู้สึกในใจ ทำให้การศึกษา และทำความเข้าใจ เกี่ยวกับความหมายดอกไม้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะช่วยให้บ่าวสาวสามารถสื่อสารอารมณ์ และความรู้สึกได้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงแสดงความใส่ใจในรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งยังช่วยป้องกันการเข้าใจผิดได้อีกด้วย 

ยกตัวอย่างเช่น หากมอบดอกกุหลาบสีแดงจำนวน 1,001 ดอก จะสื่อถึงความรักความปรารถนา และการตกหลุมรัก ในขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถพูดแทนความในใจว่า รักของเราจะมีกันและกันตลอดไปชั่วนิรันดร์ ตามจำนวนดอกไม้ที่มอบให้แก่กัน

ความหมายของดอกไม้

9 ความหมายของดอกไม้ไทย ต้อนรับพิธีไทยดั้งเดิมตามประเพณี

การเลือกดอกไม้ ให้สอดคล้องกับธีมงาน และเรื่องราวความรักของบ่าวสาว ทำให้บรรยากาศในงานแต่งเต็มไปด้วยความโรแมนติก และสร้างความประทับใจ ให้กับบ่าวสาวไปตลอดชีวิต ซึ่งหากใครที่ตัดสินใจเลือกเช่าสถานที่จัดงานแต่งไปแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่า ควรเลือกดอกไม้ไทยชนิดไหนบ้าง See Sa Rin ได้รวบรวม 9 ความหมายดอกไม้ไทยมาไว้ให้แล้ว ดังนี้

  1. ดอกรัก

ดอกรัก แค่ชื่อก็สื่อถึงความรักของบ่าวสาวได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยดอกรักจะนิยมนำมาทำเป็นพวงมาลัยคู่กับดอกมะลิ รวมถึงนำมาใช้โปรยบนที่นอน ในพิธีปูที่นอนตามประเพณีงานแต่งงานแบบไทย หรืออาจนำไปเป็นส่วนประกอบ ในช่อดอกไม้ของบ่าวสาว เพื่อผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย และความโมเดิร์นไว้อย่างลงตัว

  1. ดอกมะลิ

ดอกมะลิ เป็นหนึ่งในดอกไม้มงคล ที่มีความหมายลึกซึ้งอย่างมาก เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความรักอันบริสุทธิ์ และความกตัญญูที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย เหมาะกับการใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญ ของพวงมาลัยที่จะมอบให้พ่อแม่ของฝ่ายบ่าวสาว หรือนำมาเป็นพร็อพตกแต่ง ประจำโต๊ะรับประทานอาหารของญาติผู้ใหญ่

  1. ดอกพุด

ดอกพุด ถือเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความเจริญงอกงาม และความมั่นคง ด้วยความที่ดอกพุดมีสีขาว และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้เหมาะกับการตกแต่งตามมุมต่าง ๆ ของพิธี เช่น บริเวณพิธี โต๊ะลงทะเบียน หรือทางเดิน รวมถึงพวงมาลัย และช่อดอกไม้ของเจ้าสาว

  1. ดอกบานไม่รู้โรย

สำหรับดอกบานไม่รู้โรย สื่อถึงความรักของบ่าวสาว ที่มั่นคงยืนยาว ไม่โรยราจากกันไป โดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้สีม่วง ตัดกับสีขาวของดอกมะลิ หรือดอกรัก เพื่อนำไปจัดพานในขบวนขันหมวก หรือจัดเป็นพร็อพบนเวที เหมาะกับคู่บ่าวสาวที่ครองรักกันมาอย่างยาวนาน และความชื่นมื่นไม่เคยหายไป

  1. ดอกเบญจมาศ

ดอกเบญจมาศ หรือที่หลายคนเรียกว่าดอกมัม เป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในการจัดงานแต่งงาน เนื่องจาก สีสันที่สดใส รูปทรงสวยงาม และมีความหมายที่เป็นมงคล สื่อถึงความศรัทธา ความบริสุทธิ์ และความดีงามอันเป็นมงคล โดยความหมายของดอกเบญจมาศ สามารถแบ่งได้ตามสีต่าง ๆ ดังนี้

  • สีขาว: ความบริสุทธิ์ และความซื่อสัตย์
  • สีเหลือง: ความสุข และความโชคดี
  • สีแดง: ความรัก และความหลงใหล
  • สีชมพู: ความรัก และความโรแมนติก
  1. ดอกดาวเรือง

ดอกดาวเรือง ตามความเชื่อแบบไทยดั้งเดิมนั้น เชื่อว่าเป็นดอกไม้ที่มาจากสรวงสวรรค์ สื่อถึงความรักที่มาพร้อมกับความรุ่งเรืองในทุกด้าน เช่น เงินทอง ความสุข และหน้าที่การงาน เหมาะกับการอวยพรบ่าวสาว ให้มีชีวิตคู่ที่ยืนยาว ร่ำรวยเงินทอง และสร้างครอบครัวที่มีแต่ความสุข 

  1. ดอกจำปี

ดอกจำปี เป็นดอกไม้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งดอกไม้ของเมืองไทย เนื่องจาก ความงาม หรือกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นดอกไม้ที่มีความหมายลึกซึ้ง สะท้อนถึงความรักอันบริสุทธิ์ และความสุข โดยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมนำดอกจำปี มาร้อยเป็นมาลัย หรือประดับตกแต่งตามมุมต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความรัก ให้อบอวลไปทุกอณู 

  1. ดอกลีลาวดี

แม้หลายคนจะเข้าใจว่า ดอกลีลาวดีเป็นดอกไม้แห่งความทุกข์ระทม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดอกลีลาวดีเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็น ความเมตตา ความสวยงาม และความงามที่ไม่จืดจาง ตอบโจทย์กับการนำไปจัดบนโต๊ะรับประทานอาหาร หรือปักลงบนผมของเจ้าสาวอย่างยิ่ง

  1. ดอกทานตะวัน

ดอกทานตะวัน อีกหนึ่งดอกไม้ที่นิยมใช้ในงานแต่งงานอย่างมาก เพราะเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความสดใส ความอดทน รักเดียวใจเดียว และความมั่นคงในชีวิตคู่ ที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย ซึ่งหากบ่าวสาวต้องการนำดอกทานตะวัน มาตกแต่งในงานแต่งงาน แนะนำให้ใช้ในการจัด Backdrop หรือช่อดอกไม้ เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับงาน และ Complete Look ของเจ้าสาว

ทั้งนี้ สำหรับใครที่ยังไม่แน่ใจว่า จะเลือกเช่าสถานที่จัดงานแต่งงานที่ไหนดี ถึงจะเข้ากับการนำดอกไม้ไปตกแต่ง ขอแนะนำ See Sa Rin บริการเช่าสถานที่จัดงานแต่งงาน ครบจบทุกสไตล์ ผ่านสถานที่ที่ถูกสร้างมาอย่างพิถีพิถัน สอดคล้องกับเรื่องราวความรัก ของบ่าวสาวทุกคู่ เพื่อให้วันสำคัญของคุณมีค่า และน่าจดจำมากที่สุด

ความหมายของดอกไม้

บ่าวสาวต้องรู้ ! ดอกไม้ไทย เหมาะกับสถานที่แต่งงานแบบไหนบ้าง

เมื่อเรียนรู้ความหมายดอกไม้กันไปแล้ว คงจะเห็นกันว่า ดอกไม้แต่ละประเภท มีความหมายที่ค่อนข้างเป็นสากล และสื่อถึงความรักหลากหลายรูปแบบ แต่หลายคนก็อาจจะยังติดอยู่ในกรอบว่า ดอกไม้ไทย ต้องอยู่ในสถานที่แต่งงานที่มีความเป็นไทยเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ดอกไม้ไทยเข้ากับสถานที่จัดงานแต่งงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

  • เรือนไทย

หากเกริ่นถึงดอกไม้ไทย เช่น ดอกรัก ดอกจำปี และดอกมะลิ หลายคนคงนึกถึงการจัดงานแต่งงานที่เรือนไทยเป็นอันดับแรก เพราะเป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงความเป็นไทย และความร่มเย็นตั้งแต่โบราณ ทำให้ดอกไม้ไทย เหมาะกับการนำไปตกแต่งทั่วทั้งเรือนไทย ไม่ว่าจะเป็น พานใส่ของมงคล ม่านไทยโบราณ แจกันดอกไม้ ไปจนถึงช่อดอกไม้ของเจ้าสาว

  • สนามหญ้า

สำหรับใครที่รักในกลิ่นหอม และความหมายของดอกไม้ไทย แถมยังชื่นชอบในพื้นที่สนามหญ้าโล่งกว้าง ก็สามารถนำดอกไม้ของไทย ไปเป็นส่วนหนึ่งในการตกแต่งบริเวณพื้นที่ Outdoor 

ซึ่งข้อดีของดอกไม้ไทย คือ ความสามารถในการทนทานต่อแสงแดด และสภาพอากาศในประเทศไทย ได้ดียิ่งกว่าดอกไม้จากเมืองหนาว ทำให้บรรยากาศในงานดูร่มรื่น และสดใส มั่นใจได้ว่า จะไม่มีดอกไม้ส่วนไหนเหี่ยวเฉา

  • เรือนกระจก

เรือนกระจก ก็เป็นอีกหนึ่งในสถานที่จัดงานแต่งงาน ที่เหมาะกับการใช้ดอกไม้ไทย มาตกแต่งเช่นกัน โดยเฉพาะดอกไม้โทนสีขาว เพื่อคุม Mood & Tone ของงานให้ดูมินิมอล ทั้งยังหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นของดอกไม้ชนิดต่าง ๆ ตอบโจทย์การจัดพิธีในช่วงเช้า หรืองานแบบ Afternoon Tea ที่เต็มไปด้วยญาติผู้ใหญ่อย่างยิ่ง

  • โบสถ์

เชื่อว่าหลายคนคงคิดว่า การจัดงานแต่งงานในโบสถ์ เข้ากับดอกไม้เมืองหนาวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว บ่าวสาวสามารถนำดอกไม้ไทย เข้ามาตกแต่งตามโซนต่าง ๆ ตั้งแต่หน้าประตูของโบสถ์ ไปจนถึงบริเวณหน้าเวที เพื่อผสมผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมตะวันตก และประเพณีไทยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่ยังลังเลว่า ควรเลือกเช่าสถานที่จัดงานแต่งที่ไหนดี ระหว่างเรือนไทย สนามหญ้า เรือนกระจก และโบสถ์ ขอแนะนำให้ลองมาดูสถานที่ของ See Sa Rin เพราะเราเป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน ในกรุงเทพมหานคร ที่ตั้งใจรังสรรค์สถานที่ออกมาให้สวยงาม โรแมนติกในทุกมุม

นอกจากนี้ ภายในสถานที่ของเรายังเอื้อให้บ่าวสาว ตกแต่งสถานที่ได้ตามความต้องการ เพื่อสานฝันงานแต่งงานที่จินตนาการไว้ ให้กลายเป็นจริง หากสนใจติดต่อเข้าเยี่ยมชมสถานที่ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่

Tel: 094-666-9441

Website: seesarinstudio.com

Facebook Page: See Sa Rin

Line: @seesarinstudio

Email: [email protected]